ขั้นตอนในการทำ SEO เบื้องต้น Part 12: Image Optimisation (เพิ่มประสิทธิภาพรูปภาพ)

Part 12: Image Optimisation (เพิ่มประสิทธิภาพรูปภาพ) 

 

  1. ใช้รูปภาพ (Image) ต่างๆเพื่อแต่งเว็บไซต์

เพิ่มรูปภาพ (Image) ที่มีคุณภาพสูงและสอดคล้องกับเนื้อหาของคุณเพื่อให้มีความน่าสนใจมากขึ้น

  1. เพิ่ม ALT Text ที่เกี่ยวข้อง

เพิ่ม ALT Text ให้กับทุกภาพที่อยู่ในเว็บไซต์ของคุณ

  1. ใช้ descriptive file names

คือการตั้งชื่อไฟล์ที่บรรยายถึงสินค้าหรือเว็บไซต์ของคุณ เช่น Good: <img src=”photo-of-a-clown.jpg” alt=”photo of a clown” />

Bad: <img src=”1550111.jpg” alt”” />

  1. เพิ่มประสิทธิภาพขนาดไฟล์

พยายามไม่ให้ไฟล์ภาพใหญ่มากเกินไปจนทำให้โหลดช้า

(Credit: https://ahrefs.com/blog/seo-tips)

Advertisements

ขั้นตอนในการทำ SEO เบื้องต้น Part 11: Site Speed (ความเร็วของการโหลดเว็บไซต์)

 Part 11: Site Speed (ความเร็วของการโหลดเว็บไซต์)

 

  1. เพิ่มประสิทธิภาพในการโหลดของเว็บไซต์ (Site Speed)

การที่หน้าเพจเว็บไซต์โหลดเร็วจะทำให้มีโอกาสติดอันดับมากกว่าเพจ/เว็บไซต์ที่โหลดช้า

  1. ตรวจสอบความเร็วของเว็บไซต์ (Site Speed)

ตรวจสอบความเร็วของเว็บไซต์คุณได้ง่ายๆ ด้วยเครื่องมือ Pingdom  (http://tools.pingdom.com/fpt/)

  1. อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ Google page speed Insights

          นำเว็บไซต์ของคุณไปตรวจสอบความเร็วของการโหลดใน Google page speed Insights เพราะ google ชอบเว็บที่โหลดได้เร็ว การที่เว็บของเราโหลดเร็วขึ้นทำให้ติดหน้าค้นหาใน google ได้ดีขึ้น

 

(Credit: https://ahrefs.com/blog/seo-tips)

 

ขั้นตอนในการทำ SEO เบื้องต้น Part 10: Google Analytics (การวิเคราะห์เว็บ)

Part 10: Google Analytics (การวิเคราะห์เว็บ)

 

  1. สมัครใช้ Google analytics

Google Analytics ก็คือการวิเคราะห์เว็บไซต์ที่เป็นตัวเก็บสถิติเกี่ยวกับผู้เข้าชมเว็บไซต์ พฤติกรรมของคนที่เข้าเยี่ยมชมเว็บไซด์ รวมทั้งติดตามประสิทธิภาพของแคมเปญการโฆษณา หรือโปรแกรมการโฆษณาอื่นๆ ด้วยข้อมูลนี้ จะทราบว่า keyword ใดที่ได้ผล ข้อความโฆษณาใดมีประสิทธิภาพมากที่สุดและผู้เข้าชเว็บไซต์ (Traffic) ออกจากเว็บไซต์ที่จุดใด

  1. ตรวจสอบสถิติของเว็บไซต์เป็นประจำ

ตรวจสอบเว็บไซต์เป็นประจำเพื่อที่จะได้รู้ความเคลื่อนไหวของสถิติผู้เข้าชม (Traffic) และอัตราการคลิกของหน้าเพจในเว็บไซต์

(Credit: https://ahrefs.com/blog/seo-tips)

ขั้นตอนในการทำ SEO เบื้องต้น Part 9: Google Webmaster Tools (เครื่องมือที่ใช้ในการสร้างเว็บไซต์)

 Part 9: Google Webmaster Tools (เครื่องมือที่ใช้ในการสร้างเว็บไซต์)

 

  1. ค้นหา “Quick wins”

ใช้เครื่องมือ Search Analytics report เพื่อค้นหาคีย์เวิร์ดหลักที่นิยมใช้มากที่สุดแล้วเพิ่มลิงค์ที่มีผู้เข้าชมจำนวนมากมาลิงค์กับเว็บไซต์ของคุณ

  1. ตรวจสอบข้อผิดพลาด (errors) ของเว็บไซต์

พยายามตรวจเช็คหาข้อผิดพยาด (errors) ของเว็บไซต์และถ้าหากคุณพบข้อผิดพลาดให้รีบแก้ไข้ทันทีก่อนที่บอทของ Google จะมาตรวจเจอ

  1. เพิ่มแผนผังของเว็บไซต์ (Sitemap)

Sitemap ในเว็บไซต์จะต้องอธิบายโครงสร้างทั้งหมดของเว็บไซต์ได้ เพื่อเป็นการสร้างปฎิสัมพันธ์ที่ดีต่อ Search Engine (Google,Yahoo) และผู้ใช้งานทั่วไปด้วย ซึ่งในหน้า Sitemap นี้จะเป็นการรวม Link ทั้งหมดภายในเว็บไซต์ให้อยู่เพียงหน้านี้หน้าเดียว

(Credit: https://ahrefs.com/blog/seo-tips)

ขั้นตอนในการทำ SEO เบื้องต้น Part 8: User Experience (ประสบการณ์ผู้ใช้)

Part 8: User Experience (ประสบการณ์ผู้ใช้)

 

  1. ลดอัตรา Bounce Rate ลง

Bounce Rate เป็นอัตราของผู้เยี่ยมชมที่เข้ามายังหน้าเว็บของเราโดยที่ไม่ได้คลิ๊กต่อไปที่ไหนเลย นั่นหมายถึงว่าหากเว็บไซต์เรามี Bounce Rate ในอัตราที่สูงก็เสมือนกับเว็บของเรานั้นไม่มีคุณภาพ หรืออีกนัยนึงไม่โดนใจผู้เยี่ยมชม ทำให้เมื่อเข้ามาเว็บของเราแล้วก็ปิดหนีไป

  1. ใช้ Scroll Map

Scroll Map เป็นซอฟต์แวร์ที่จะช่วยแสดให้เราเห็นว่าหน้าเพจในเว็บไซต์นั้นต้องเลื่อนลงไปอีกยาวแค่ไหนถึงจะถึงจุดจบของหน้านั้น

  1. ใช้ Heat Map Tracking

ใช้ซอฟแวร์ Heat Map Tracking นี้เพื่อที่จะรู้ว่าผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์จะคลิกเข้าหัวข้อหรือหน้าเพจไหนมากกว่ากัน

  1. ย่อ Pop-ups ให้เล็กและน้อยลง

พยายามอย่าให้เว็บไซต์มีจำนวน Pop-ups เยอะที่มีขนาดใหญ่มากจนเกินไปเพราะอาจจะทำให้ผู้ที่เข้ามาชมเว็บไซต์กดปุ่มออกทันที

  1. ให้ระวัง Iinterstitial Ads

Interstitial ads โดยหลักๆ เป็นโฆษณาทางอินเตอร์เน็ตแบบที่เป็น “โฆษณาคั่นระหว่างหน้า” หรือ “โฆษณาคั่นรายการ” โดยในระหว่างสองหน้าเว็บเพจจะมีหน้าโฆษณา ปรากฏคั่นขึ้นมา เมื่อมีการเปลี่ยนหน้าเว็บเพจจากหน้าหนึ่งไปยังอีกหน้าหนึ่งภายในเว็บไซต์โดยหน้าโฆษณาอาจจะเป็นหน้าเว็บเพ็จหนึ่งที่คั่นอยู่ก่อนเว็บเพ็จปลายทางที่กำลังรอข้อมูลอยู่ ดังนั้นคุณควรจะระวังโฆษณาพวกนี้มาแทรก

  1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเว็บไซต์สามารถเข้าชมผ่านโทรศัพท์ได้ (Mobile optimised)

ถ้าเว็บไซต์ของคุณขาดแอพโทรศัพท์มือถือ (Mobile optimised) คุณกำลังพลาดการมี traffic ให้กับเว็บไซต์อย่างมากเพราะทุกวันนี้คนส่วนมากจะใช้โทรศัพท์หรือแท็บแล็ตในการค้นหาข้อมูลต่างๆมากกว่าเปิดคอมพิวเตอร์ค้นหาด้วยซ้ำ ดังนั้นคุณควรจะสร้างเว็บสำหรับมือถือในขั้นตอนแรกของการทำเว็บไซต์เลย

  1. ตรวจสอบการเข้าถึงเว็บไซต์

เว็บไซต์ของคุณควรจะสามารถดูได้ในรูปแบบต่างๆ เช่นหน้าจอใหญ่/เล็ก/กว้าง/ยาวเพื่อที่จะให้เหมาะกับอุปกรณ์ที่ผู้เข้าชมใช้

  1. ตรวจสอบและพิจารณาตัวอักษรของเว็บไซต์

ตรวจสอบตัวอักษรในเว็บไซต์ให้เรียบร้อยตัวอักษรของเว็บไซต์ควรจะอ่านออกง่ายไม่ยุ่งยากและตัวเล็กมากจนเกินไป

  1. ตั้งค่า Friendly 404 ให้เพจ

ให้ตั้งค่า Friendly 404 ให้กับเพจเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด (not found error)และช่วยไม่ให้ผู้ที่เข้ามาชมเพจถูกตีกลับออกจากเว็บไซต์ของคุณได้

  1. ลด Down Time

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเว็บไซต์ของคุณมีเว็บ host ที่มีสเปคที่ดีไม่ใช่ไปเลือก host ที่สเปคต่ำแล้วคุณภาพไม่ดี เพราะจะทำให้ระบบของเว็บไซต์ล้มได้เมื่อมีคนเข้าชมพร้อมๆกันหลายคน

  1. ใช้เครื่องมือ SSL

การย้ายทั้งเว็บไซต์ไปใช้ระบบ SSL จะเป็นสิ่งที่ดีเพราะ SSL ย่อมาจาก Secure Socket Layer คือ เครื่องหมายรับรองความปลอดภัยทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ออกหรืออนุมัติโดย CA (Certificate Authority)

(Credit: https://ahrefs.com/blog/seo-tips)

ขั้นตอนในการทำ SEO เบื้องต้น Part 7: Trimming The Fat (การตัดส่วนเกินออก)

Part 7: Trimming The Fat (การตัดส่วนเกินออก)

 

  1. ตั้งค่าและเพิ่ม Canonical URLs 

Canonical URLs/Tag คือ การทำ SEO บนเว็บไซต์อย่างหนึ่งที่จะทำให้ลดและป้องกันการเกิดข้อมูลซ้ำของเว็บ ซึ่งถ้าหาก Google ตรวจพบว่า URL ของเว็บคุณซ้ำกับเว็บไซต์อื่น ก็จะทำให้หน้าของคุณแสดงใน Search Engine ลดลงและมีโอกาสค้นหาแล้วเจอเว็บไซต์ของคุณได้น้อยลง

  1. เพิ่ม noindex, follow ในเพจที่คุณไม่ต้องการให้ Google พบเจอได้

คุณควรใส่แท็ค noindex, follow ให้กับ content หรือหน้าเพจบนเว็บไซต์ที่ไม่ได้มีความสำคัญมากและคุณไม่ต้องการให้บอทของ Google ตรวจเจอเพราะคุณภาพหน้าเพจนั้นต่ำ ให้ใส่โค้ดตรงหน้าไว้แบบนี้

<meta name=”robots” content=”noindex, follow“>

  1. ใช้ robots กีดขวางการตรวจสอบโดย spider ของ Google

คือการใช้ robot กีดขวาง Google bots แล Google spiders จากเพจในเว็บไซต์ที่คุณภาพต่ำและคุณไม่ต้องการให้ Google ตรวจพบ

 

(Credit: https://ahrefs.com/blog/seo-tips)

 

 

ขั้นตอนในการทำ SEO เบื้องต้น Part 6: Content (เนื้อหา)

Part 6: Content (เนื้อหา)

 

  1. ใช้ Keyword ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น

ควรจะใส่คีย์เวิร์ดไว้ตั้งแต่ย่อหน้าแรกในเนื้อหา Content ของเพจคุณ

  1. Content ที่ยาวมีความสัมพันธ์กับการจัดอันดับสูง

การที่มีเนื้อหายาวเป็นสิ่งที่สำคัญแต่ถ้าเขียนเนื้อหายาวแล้วต้องมีประสิทธิภาพสูงและเนื้อหาสอดคล้องกับแบรนด์ของเว็บไซต์แต่เนื้อหาควรไม่ยาวจนผู้เยื่ยมชมเว็บไซต์ขี้เกียจที่จะอ่าน

  1. ไม่จำเป็นต้องเขียนเป็น Keyword density

ไม่จำเป็นต้องใส่รายละเอียดของคีย์เวิร์ด ให้เขียนแบบปกติด้วยคีย์เวิร์ดสักห้าถึงเจ็ดครั้งก็พอแล้ว

  1. ใช้ LSI Keyword

      LSI Keyword คือคีย์เวิร์ดที่มีความหมายคล้ายกับคีย์เวิร์ดหลักของเว็บไซต์หรือใช้คำศัพท์ที่สะกดเหมือนกันแต่คนละความหมายเพราะเวลามีคนค้นหาคำศัทพ์นั้นเว็บไซต์เราอาจจะปรากฏขึ้นในหน้าแรกของการค้นหาก็ได้

  1. เพิ่มมัลติมีเดีย

การเพิ่มรูปภาพ สไลด์ หรือวีดีโอ จะทำให้เนื้อหา (Content) มีความน่าสนใจมากขึ้น และการเพิ่มมัลติมีเดียก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการติดอันดับของ SEO

  1. เชื่อมโยงลิงค์ภายใน (internal links)

การเชื่อมโยงลิงค์กับหน้าอื่นของเว็บไซต์เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้เข้าชมคลิกไปหน้าต่างๆได้ง่ายและรู้ว่าเว็บไซต์มีความเชื่อมโยงที่ดี

  1. ลิงค์ออก (link out)

การสร้างลิงค์ออกเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เพราะคุณต้องลิงค์กับเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพสูงที่ไม่ใช่สแปมและไม่ใช่เว็บขยะ สามารถทดลองลิงค์ง่ายๆ โดยคลิกลิงค์และเปิดในหน้าต่างใหม่ดู

  1. อัพเดทเนื้อหา (Content) เป็นประจำ

เขียนเนื้อหาใหม่เป็นประจำเพื่อให้มีความทันสมัยและอัพเดทข้อมูลข่าวสารของเว็บไซต์

  1. จัดลำดับความสำคัญของคุณภาพมากกว่าความถี่

ทุกวันนี้มีเว็บไซต์และผู้ทำเว็บไซต์ขึ้นใหม่มากคุณควรเน้นเนื้อหาที่มีคุณภาพมากกว่าความถี่ ดังนั้นจากการทีคุณเคยเขียนเนื้อหาลงเหือบทุกวันให้เปลี่ยนเป็นเขียนเนื้อหาอาทิตย์ละครั้งแต่มีคุณภาพที่ดี

  1. ตั้งค่า rich snippets หรือ โครงสร้างของข้อมูล

สร้างบทสรุป/โครงสร้างของเว็บไซต์และตรวจสอบในการค้นหาของ Google ที่จะบอกว่าคุณได้คะเว็บไซต์หรือบริการมากเท่าไร ตามตัวอย่างการตั้งค่า rich snippets ในภาพด้านล่างนี้

rich-snippets

  1. สร้างตารางเพื่อใส่ Content ที่ยาว

สร้างหัวข้อตารางของเนื้อหาที่มีลิงค์ซึ่งสามารถคลิกแล้วไปที่หัวข้อนั้นได้ เช่นใน เว็บ Wikipedia

 

(Credit: https://ahrefs.com/blog/seo-tips)